ห้องพัก ห้องประชุม ครัวสหกรณ์ ศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์
 แวดวงสหกรณ์

                                                                สหกรณ์กับองค์กรธุรกิจรูปอื่น

               มีลักษณะคล้ายกันในข้อที่มีการรวมทุนและมีการประกอบธุรกิจซื้อ-ขาย แต่มีหลักการที่

       แตกต่างกันหลายประการ ดังต่อไปนี้

       1. สหกรณ์กับห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด

           1.1 วัตถุประสงค์ การรวมกันเป็นสหกรณ์มีความมุ่งหมายเพื่อต้องการให้บริการแก่สมาชิก

       เป็นส่วนใหญ่ส่วนบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนรวบรวมผู้ถือหุ้นจัดตั้งขึ้น เพื่อทาการค้ากับบุคคล

       ภายนอก

           1.2 ลักษณะการรวม สหกรณ์เป็นองค์กรของผู้มีกาลังทรัพย์น้อย ไม่อาจถือเอาทุนเป็นหลัก

       ในการรวมได้สหกรณ์ถือว่าการรวมคนเป็นหลักสำคัญ และเพื่อให้กลุ่มคนที่รวมกันมีกำลังเข้มแข็ง

       สหกรณ์จึงต้องมีการกำหนดและคัดเลือกลักษณะตลอดจนคุณสมบัติของสมาชิกที่จะเข้าร่วมใน

       สหกรณ์ ส่วนในบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนั้นถือหลักการรวมทุนเป็นสำคัญ บุคคลทีมีเงิน

       สามารถเข้าถือหุ้นของบริษัทได้ ไม่เลือกว่าบุคคลนั้นจะมีลักษณะนิสัยอย่งไรหรืออยู่ใกล้ไกล

       เพียงใดการรวมกันในสหกรณ์เป็นการรวมของผู้ที่อ่อนแอในทางทรัพย์ให้มีกำลังเข้มแข็งขึ้น เพื่อ

       มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ส่วนการรวมกันของบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนเป็นการรวมผู้ที่มีกำลัง

       ทรัพย์อยู่แล้วให้มีกำลังเข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อทาการค้าหากำไร

           1.3 หุ้นและมูลค่าหุ้น หุ้นของสหกรณ์ไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องกำหนดจำนวนทุนเรือนหุ้น

       ไว้ก่อนที่จะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ดังนั้น สหกรณ์จึงมีหุ้นที่จะจำหน่ายให้แก่สมาชิกใหม่อยู่เสมอ

       ราคาหุ้นของสหกรณ์จะคงที่มูลค่าหุ้นของสหกรณ์มักกำหนดไว้ค่อนข้างต่างเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มี

       กำลังทรัพย์น้อยเข้าเป็นสมาชิกได้ สำหรับหุ้นของบริษัทจำกัด กฎหมายบังคับให้ต้องกำหนด

       จำนวนทุนเรือนหุ้น และต้องมีผู้จองหุ้นไว้ครบจำนวนก่อนขอจดทะเบียนตั้งขึ้นเป็นบริษัทด้วยเหตุ

       นี้ถ้ากิจกรรมของบริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้สูงก็มีผู้ต้องการซื้อหุ้นของบริษัทจึงอาจขึ้นลง

       ได้เหมือนสินค้าอย่างหนึ่งนอกจากนี้มูลค่าหุ้นของบริษัทมักกำหนดไว้สูงเพื่อให้เงินทุนตามจำนวน

       ที่ต้องการโดยคนถือหุ้นจะมีจำนวนมากหรือน้อยไม่ถือเป็นข้อสำคัญ

           1.4 การควบคุมและการออกเสียง สหกรณ์ถือหลักการรวมคนจึงให้ความเคารพต่อสิทธิของ

       บุคคลเป็นสำคัญ ด้วยเหตุนี้สมาชิกของสหกรณ์ทุกคนไม่ว่าจะถือหุ้นมากหรือน้อยย่อยมีสิทธิ

       ออกเสียงลงคะแนนให้สหกรณ์ได้คนละหนึ่งเสียงเหมือนกันหมดยกเว้นผู้แทนสหกรณ์ในระดับ

       ชุมนุมสหกรณ์อาจให้มีเสียงเพิ่มขึ้นตามระบบสัดส่วน ตามที่กำหนดในข้อบังคับของชุมนุมสหกรณ์

       นั้นก็ได้ (มาตรา 106) และสมาชิกต้องมาใช้สิทธิออกเสียงด้วยตนเอง จะมอบให้บุคคลอื่นมาออก

       เสียงแทนไม่ได้ ดังนั้นอำนาจในสหกรณ์จึงตกอยู่กับเสียงข้างมากของสมาชิก ส่วนบริษัทจำกัด

       และห้างหุ้นส่วนซึ่งถือหลักการรวมทุนจึงให้ความเคารพในเงินทุนค่าหุ้นเป็นสำคัญโดยการให้

       สิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถือและยังสามารถมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาออกเสียงแทนได้

       อำนาจในบริษัทจึงตกอยู่กับผู้ถือหุ้นมาก กล่าวคือทุนมีบทบาทในการประชุมด้วยนั่นเอง

           1.5 การแบ่งกำไร จากการที่สมาชิกทำธุรกิจซื้อขายกับสหกรณ์จึงทำให้เกิดกำไรหรือเงิน

       ส่วนเกินขึ้นดังนั้นการแบ่งกำไรของสหกรณ์จึงเท่ากับการจ่ายคือส่วนที่สหกรณ์รับเกินให้สมาชิก

       ในรูปการจ่ายเงินเฉลี่ยคืน ตามส่วนแห่งปริมาณธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์และจำนวนหุ้นที่ถือ

       สำหรับบริษัทจำกัดจะทำการติดต่อซื้อขายกับบุคคลภายนอกสมาชิกบริษัทลงทุนถือหุ้นในบริษัท

       จำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด จึงถือหลักการแบ่งเงินปันผลตามหุ้นที่ถือ ไม่ได้คำนึงถึงว่าผู้ถือหุ้น

       จะมีการติดต่อซื้อขายกับบริษัทหรือไม่เราอาจเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างสหกรณ์กับ

       ห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ได้

       ดังนี้ลักษณะ สหกรณ์ห้างหุ้นส่วน/บริษัท จำกัด

       1. วัตถุประสงค์

       ดำเนินธุรกิจและบริการเพื่อช่วยเหลือสมาชิก ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

       ดำเนินธุรกิจเพื่อการค้า ทาธุรกิจกับบุคคลภายนอกเพื่อแสวงหากำไรให้มากที่สุด

       2. ลักษณะการรวมกัน

       มุ่งด้านการรวบรวมคนมากกว่าทุน

       มุ่งด้านการรวบรวมทุนต้องการทุนในการดำเนินงานมาก

       3. หุ้นและมูลค่าหุ้น

       ราคาหุ้นคงที่และมีอัตราต่างเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถือหุ้นได้

       หุ้นมีจำนวนไม่จำกัดราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงตามฐานะของกิจการ จำนวนหุ้นมีจำกัด

       4. การควบคุม และการออกเสียง

       ควบคุมตามแบบประชาธิปไตย สมาชิกออกเสียงได้คนละหนึ่งเสียง (ยกเว้นระดับชุมนุมสหกรณ์)

       และออกเสียงแทนกันไม่ได้

       ออกเสียงได้ตามจำนวนหุ้นที่ถือและออกเสียงแทนกันได้

       5. การแบ่งกำไร

       การแบ่งกำไรจะแบ่งตามความมากน้อยของการทาธุรกิจกับสหกรณ์ และจำนวนหุ้นที่ถือ

       การแบ่งกำไร แบ่งตามจำนวนหุ้นที่ถือ ถือหุ้นมากได้เงินปันผลคืนมาก

       2. สหกรณ์กับรัฐวิสาหกิจ

               การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการโดยรัฐบาลหรือในนามของรัฐบาลไม่ใช่กิจกรรม

       ของเอกชนงานของรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องสาธารณูปโภค เช่น การรถไฟ การสื่อสาร

       ไปรษณีย์โทรเลขโทรศัพท์ เป็นต้น กิจการเหล่านี้มุ่งในด้านให้สวัสดิการแก่ประชาชน ส่วนสหกรณ์

       นั้นเป็นของสมาชิกดำเนินธุรกิจ เพื่อต้องการจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแก่สมาชิก

       3. สหกรณ์กับองค์กรการกุศล

               องค์กรการกุศลมีจุดมุ่งหมายเพื่อสงเคราะห์ผู้ยากจนหรือทุพพลภาพให้พ้นจากความยาก

       ลำบากเป็นการช่วยเหลือจากภายนอก ไม่ใช่เป็นการส่งเสริมให้ช่วยตนเอง จึงอาจจะทำให้ผู้ได้รับ

       การสงเคราะห์มีลักษณะนิสัยอ่อนแอลงไปอีก ส่วนสหกรณ์นั้นส่งเสริมให้สมาชิกมีลักษณะนิสัย

       เข้มแข็งนอกจากนี้ประโยชน์ที่ได้รับจากสหกรณ์ย่อมถาวรกว่าการช่วยเหลือขององค์กรการกุศล

       4. สหกรณ์กับสหภาพแรงงาน                

               ในสภาพแรงงานบรรดาลูกจ้างจะรวมกันโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เกิดกาลังเป็นปึกแผ่น เพื่อ

       ต่อรองกับนายจ้างในเรื่องผลประโยชน์ของการทำงานหรือสวัสดิการของลูกจ้าง บางครั้งอาจใช้

       วิธีการรุนแรงเพื่อบังคับให้นายจ้างปฏิบัติตามที่ลูกจ้างเรียกร้อง สำหรับการร่วมมือกันแบบสหกรณ์

       นั้นสมาชิกจะร่วมมือกันจัดการประกอบการขึ้น แล้วสมาชิกก็อาศัยบริการนั้นให้เป็นประโยชน์

       แก่อาชีพหรือการครองชีพของสมาชิกร่วมกัน การทำงานของสหกรณ์เป็นวิธีการที่ไม่ก่อความ

       เดือดร้อนหรือเรียกร้องให้ใครช่วยแต่จะติดต่อกับบุคคลภายนอกเกี่ยวกับธุรกิจซื้อขายตามปกติ

สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

สำนักธุรกิจสหกรณ์ 13 ถนนพิชัย แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.โทร 026693256-63

E-mail : soonratchanee@hotmail.com /  www.soonratchanee.com