ห้องพัก ห้องประชุม ครัวสหกรณ์ ศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์
 แวดวงสหกรณ์

                             บทบาทองค์กรสูงสุดของสหกรณ์ที่ควรจะเป็น...ในโลกเสรีนิยม

               “สหกรณ์” คือ การกระทำร่วมกันด้วยความสมัครใจ โดยมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่าง        

       กันไปตามลักษณะของสหกรณ์ประเภทนั้นๆการสหกรณ์จึงเป็นวิธีเดียวที่ประชาชนจากทุก

       ระดับมีโอกาสได้ร่วมกันเป็นเจ้าของและร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือตัวเองและเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

       โดยถือเอาองค์กรสหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรม สหกรณ์ยังถือได้ว่าเป็นองค์กร

       ทางธุรกิจที่แตกต่างไปจากธุรกิจเอกชน และรัฐวิสาหกิจอื่น โดยใช้กรอบแนวคิดการบริหาร

       จัดการที่ยึดมั่นเอาหลักการและอุดมการสหกรณ์ที่ถือใช้กันทั่วโลก มีเครือข่ายความร่วมมือ

       กันตั้งแต่ระดับชุมชนตามท้องถิ่นต่างๆไปจนถึงระดับโลกสหกรณ์เป็นองค์กรธุรกิจที่ไม่แสวงหา

       กำไรมาแบ่งปันกันหากแต่ดำเนินธุรกิจแล้วมีส่วนเหลื่อมหรือส่วนเกินก็จะจัดสรรเป็นเงินปันผล

       ตามหุ้นให้แก่สมาชิกในอัตราที่จากัดจึงเห็นได้ว่าสหกรณ์เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขจัดความ

       เดือดร้อนของกลุ่มบุคคลทุกระดับในด้านต่างๆสำหรับประเทศไทยในปัจจุบันมีกฎหมายหรือ

       พระราชบัญญัติสหกรณ์ที่กำหนดให้มีสหกรณ์ 7 ประเภท โดย“สหกรณ์เครดิตยูเนียน”พึ่งประกาศ

       ใช้อย่างเป็นทางการ ในกฎกระทรวง เมื่อปีที่ผ่านนี้มีระบบการเชื่อมโยงความร่วมมือกันภาย

       ใต้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ตั้งแต่ระดับต้น (Primary)ชุมนุมสหกรณ์ระดับจังหวัด

       (Provincial Federations)ชุมนุมสหกรณ์ระดับชาติ (NationalFederations)โดยมีสันนิบาตสหกรณ์

       แห่งประเทศไทย (สสท.) หรือใช้ภาษาอังกฤษว่า(The Cooperative League of Thailand)

       และใช้คำย่อเป็น“CLT” ซึ่งถือเป็นองค์กรกลางระดับสูงสุดของขบวนการสหกรณ์ที่เป็นอยู่ใน        

       ปัจจุบัน หรือใช้ภาษาอังกฤษว่า “National Apex Organization” ที่ยกภาษาอังกฤษมาประกอบ

       เพราะมีนักสหกรณ์ต่างชาติถามบ่อยครั้งว่า เป็นNational Federations หรือเป็น National Apex       

       Organizationเพราะเขารู้ว่าลักษณะของสององค์กรนี้มีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันในด้าน

       การทำกิจกรรมสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ถ้าจะพูดภาษาแบบชาวบ้าน น่าจะหมายถึง

       สมาคมหรือชมรมของบรรดาสหกรณ์ทั้งหลายที่เลื่อมใสในอุดมการณ์สหกรณ์แต่ยังมีผู้สงสัย

       และมีคำถามอยู่ว่า สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มีสถานภาพเป็นสหกรณ์หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ

       มีสถานภาพที่กำหนดโดย พระราชบัญญัติสหกรณ์(ฉบับแก้ไข ปรับปรุง ปี พ.ศ. 2542)ในหมวดที่ 8

       ว่าด้วยเรื่อง “สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย” มาตรา 108 กำหนดว่า“ให้มีสันนิบาตสหกรณ์

์       แห่งประเทศไทยประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจการสหกรณ์ ทุก

       ประเภททั่วราชอาณาจักร ให้มีความเจริญก้าวหน้าอันมิใช่เป็นการหาผลกาไร หรือรายได้มา

       แบ่งปันกัน”และมีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ตามมาตรา110ภายใต้ขอบวัตถุประสงค์ ดังนี้                         
       1. ส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์ ตลอดจนทำการวิจัยและรวบรวมสถิติเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์

       2. แนะนำช่วยเหลือทางวิชาการแก่สหกรณ์และอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงาน

       ระหว่างสหกรณ์กับส่วนราชการหรือบุคคลอื่น

       3. ให้การศึกษาฝึกอบรมวิชาการเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์

       4. ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างสหกรณ์ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ หรือสันนิบาตสหกรณ์

       ของต่างประเทศ หรือองค์การต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์

       ทำนองเดียวกัน

       5. ซื้อ จัดหา จำหน่าย ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ

       6. ส่งเสริมธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม หรือบริการสหกรณ์

       7. สนับสนุนและช่วยเหลือสหกรณ์ เพื่อแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องที่เกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์

       ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

       8. เป็นตัวแทนของสหกรณ์ เพื่อรักษาประโยชน์อันพึงมีพึงได้จากการสนับสนุนของรัฐ องค์การ

       ระหว่างประเทศ หรือภาคเอกชนอื่น

       9. ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บรรดาสหกรณ์อย่างแท้จริง

       10. ดำเนินการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์

       แห่งชาติมอบหมายและยังมีมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องกับสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

       ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับเดียวกันนี้อีกกว่า 9 มาตรา ผู้เขียนถือว่า นี่คือ

       ทรัพย์สินอันทรงคุณค่ายิ่งและเป็นองค์กรของบรรดาสหกรณ์สมาชิกที่จะต้องร่วมกันเป็นเจ้า

       ของและปกป้องรักษาไว้ ไม่ให้ตกเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจากขอบเขตอำนาจหน้าที่

       ที่กฎหมายกำหนดกรอบให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จะต้องกระทาการ จึงถือได้ว่า

       เป็น“บทบาทขององค์กรสูงสุดของสหกรณ์ที่ควรจะเป็น” โดยเฉพาะเรื่อง“การส่งเสริมและเผยแพร่

่       กิจการสหกรณ์ตลอดจนทำการวิจัยและรอบรวมสถิติเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์” และ “การให้

       การศึกษาฝึกอบรมวิชาการเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์” น่าจะถือได้ว่าเป็นภารกิจหลักและสาคัญ

       ยิ่งรวมทั้ง ยังกำหนดให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมีหน้าที่ในการ “ส่งเสริมธุรกิจการค้า

       อุตสาหกรรม หรือบริการสหกรณ์” และยังมีภารกิจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ “การสร้างความ

       สัมพันธ์กับสหกรณ์และองค์การสหกรณ์ต่างประเทศ หรือองค์การต่างประเทศ หรือองค์การ

       ระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกัน” สันนิบาตสหกรณ์ฯ จึงได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

       ขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ หรือ “International CooperativeAlliance”

       หรือที่เรียกกันบ่อยว่า ICA ซึ่งเป็นองค์กรของสหกรณ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและเป็นศูนย์รวม

       ขององค์กรสหกรณ์ทุกประเภททั่วโลก จัดตั้งขึ้น โดยสมัชชาสหกรณ์ระหว่างประเทศ

       ณ กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมพ.ศ. 2438 มีสานักงานใหญ่ตั้งอยู่

       ณ นครเจนีวาประเทศสวิสเซอร์แลนด์และมีสำนักงานระดับภูมิภาคอีก 4 แห่ง สำหรับภูมิภาค

       เอเชียแปซิฟิกสำนักงานตั้งอยู่ กรุงนิวเดลลี ประเทศอินเดีย ปัจจุบันองค์การ ICA มีสมาชิก

       สหกรณ์กว่า 760 ล้านคนทั่วโลก ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นองค์การสหกรณ์ระดับชาติ

       จำนวน 225องค์การ ใน 94 ประเทศ และเป็นองค์การระหว่างประเทศ อีก 7 องค์การ นับว่า

       เป็นองค์การสหกรณ์ระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่มุ่งส่งเสริม เผยแพร่และปกป้อง

       หลักการสหกรณ์และอุดมการณ์สหกรณ์ในทุกภูมิภาคทั่วโลกให้ถือใช้อย่างสอดคล้องกับสภาพ

       ของแต่ละประเทศ สำหรับสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกชั้นสามัญ

       เมื่อปี พ.ศ. 2514 และยังเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศอื่นอีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่ทั้ง

       ภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น “องค์กรเครือข่ายระดับภูมิภาคเพื่อการพัฒนาสหกรณ์

       การเกษตร” หรือ NEDAC ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ได้ร่วมเป็นสมาชิกด้วย โดยมีสำนักงาน

       ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ที่สำนักงานองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (FAO RAP)

       และเป็นสมาชิกของ “ชุมนุมระหว่างประเทศเพื่อผู้ผลิตทางการเกษตร” หรือ IFAP ตั้งอยู่

       ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นคณะผู้ก่อตั้ง “กลุ่มเกษตรกรอาเซียนเพื่อความร่วมมือ

       ” หรือ Asian Farmers’ Group forCooperation หรือ AFGC ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันขององค์กร

       ที่เป็นผู้แทนของขบวนการสหกรณ์ในภูมิภาคเอเชีย นำโดยชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ

       ประเทศญี่ปุ่น หรือ JA Zenchu ปัจจุบันมีสมาชิก ประกอบด้วย ประเทศเกาหลีใต้โดยชุมนุมสหกรณ์

       การเกษตรแห่งชาติ (NACF) ประเทศฟิลิปปินส์ โดยชุมนุมเกษตรกรอิสระแห่งชาติ (IFFFI)

       ประเทศอินโดนีเชีย โดยสภาการสหกรณ์แห่งชาติ (DEKOPIN) ประเทศอินเดีย โดย

       สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศอินเดีย(NCUI) และประเทศเวียดนาม โดยสันนิบาตสหกรณ์แห่ง

       ประเทศเวียดนาม หรือVCA กลุ่มจะจัดให้มีการประชุมและสัมมนากันทุกปี ๆ ละอย่างน้อยหนึ่ง

       ครั้งโดยJA Zenchu จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้แทนจากองค์กรสมาชิกในการเดินทาง

       ไปเข้าร่วมประชุมและสัมมนาทั้งหมดทุกครั้ง กิจกรรมหรือวาระหลักที่กลุ่มจัดประชุมหารือจะเป็น

       เรื่องเฉพาะด้านธุรกิจ การค้าสินค้าสหกรณ์ การส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเครือข่ายและ

       พันธมิตรเชิงการค้า รวมทั้ง การปกป้องผลประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ของสหกรณ์สมาชิกในแต่ละ

       ประเทศ จากการเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าว ทำให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ได้รับสิทธิ์พิเศษ

       ในการเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ในฐานะ NGO

       โดยเริ่มเข้าร่วมการประชุมมาตั้งแต่การประชุม ณ นครซีแอตเติล ประเทศสหรัฐอเมริกา

       กรุงโดฮาประเทศการ์ตา ประเทศ แม็กซิโก และล่าสุด ณ ประเทศฮ่องกง การแสดงบทบาท

       ของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ในกิจกรรมดังที่กล่าวมานี้ เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้เขียน

       ที่จะต้องเตรียมการและประสานงานในการส่งผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมและมีโอกาสได้เข้าไปมี

       ส่วนร่วมหลายครั้ง ทั้งในฐานะผู้เข้าร่วมประชุม ในฐานะเป็นล่ามแปล เป็นผู้เตรียมการและ

       ประสานงานในการเดินทางของผู้แทนสันนิบาตสหกรณ์ฯ แม้กระทั่ง เคยเป็นผู้จัดการประชุม

       และสัมมนาดังกล่าว จึงมีโอกาสได้สัมผัสทั้งอย่างลึกซึ้งและเผิน ๆ ประโยชน์จากการเข้า

       ร่วมกลุ่มก็มีอย่างมหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 ที่

       ผ่านมา JA Zenchu ได้อนุมัติเงินสนับสนุนโครงการ “สหกรณ์กับการส่งเสริมการปลูกสบู่ดำ

       เพื่อพลังงานทดแทน” เป็นเงินจานวน 10,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้จัดพิธีเปิดตัว

       โครงการอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันสหกรณ์สากล ครั้งที่ 84

       เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจะเห็นได้ว่า        

       นี่คือบทบาทและภารกิจของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ที่ดูเหมือนจะใหญ่โตและหนัก

       เป็นอย่างยิ่ง จึงมีความคิดเห็นว่า มีองค์ประกอบและกลไกใดบ้างที่จะเอื้ออำนวยให้สันนิบาต

       สหกรณ์แห่งประเทศไทย สามารถปฏิบัติและขับเคลื่อนการแสดงบทบาทที่ควรจะเป็นเพื่อให้บรรลุ

ุ       เป้าหมายตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ถ้ามี มีอย่างเพียงพอและเหมาะสมหรือไม่ โครงสร้างการ

       บริหารงานระเบียบข้อบังคับ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและบุคลากรของสันนิบาตสหกรณ์แห่ง

       ประเทศไทย มีศักยภาพที่เอื้ออำนวย หรือสอดคล้องกับบทบาทที่จะแสดงหรือไม่มีคำตอบของ

       คำถามเหล่านี้อยู่มากมาย ที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ ภาพลักษณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของสันนิบาต

       สหกรณ์แห่งประเทศไทย หรืออาจจะลองไปสุ่มถามประชาชนทั่วไปก็ได้ว่า “สหกรณ์คืออะไร”

       หรือ สหกรณ์นั้นเป็นของใคร เพื่ออะไร หรือ แม้กระทั่ง ถามว่า สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

       คือองค์กรอะไร มีบทบาทหน้าที่อะไร มีสถานภาพเป็นอย่างไร ก็อาจจะได้คำตอบที่ตอบคำถาม

       ได้ว่า สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย สามารถตอบสนองหรือแสดงบทบาทได้เหมาะสมกับ

       อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้หรือไม่ ไม่รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการภายในองค์กรที่เป็น

       อยู่ในปัจจุบันนี้ในฐานะที่เป็นผู้มีโอกาสได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การสหกรณ์ระหว่าง

       ประเทศต่าง ๆ ที่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นสมาชิก รวมทั้ง มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม

       ต่าง ๆ ขององค์กรเหล่านั้น ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศก็ได้พบเห็นการแสดงบทบาท

       องค์กรและผู้แทนสหกรณ์ ที่แสดงออกในเวทีต่าง ๆซึ่งบางประเทศ ดูเหมือนจะสวนทางกับ

       ประเทศไทยและสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้

       และประเทศเวียดนามแต่ในบางประเทศ ก็จะคล้าย ๆ กับประเทศไทย ในเรื่องของความเข้มข้น

       ในการพัฒนาขบวนการสหกรณ์ อย่างในประเทศญี่ปุ่น สหกรณ์การเกษตร ถือได้ว่า มีความเข้มแข็ง

       มาก โดยเฉพาะ JA Zenchu ซึ่งเป็นศูนย์กลางสหกรณ์การเกษตรทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น มีบทบาท

       ที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งในการเป็นองค์กรตัวแทนของสหกรณ์สมาชิก มีการกำหนดนโยบายและ

       แผนงานที่ชัดเจน ที่จะพัฒนาความเข้มแข็งและปกป้องสหกรณ์สมาชิก อย่างเป็นระบบ และมี

       เป้าหมายที่เจน เช่นการทำแผนควบสหกรณ์ (Amalgamation Program) โดยได้จัดแผนรณรงค์และ

       ผลักดันให้สหกรณ์สมาชิก ที่ขนาดเล็ก หรือ ขนาดกลาง ยุบรวมกัน เพื่อร่วมกันขยายกิจการของ

       สหกรณ์ ภายใน 5 ปี จะลดจำนวนสหกรณ์การเกษตร จากหมื่นกว่าสหกรณ์ให้เหลือ เพียงประมาณ

       850 สหกรณ์ JA Zenchu มีบทบาทโดนเด่นอีกเรื่อง คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการเจราจา

       ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือ Japan – Thailand Economic PartnershipAgreement

       หรือ JTEPA หรือ FTA ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า ที่รัฐบาลไทยได้ทำข้องตกลง

       FTA กับหลายประเทศ มีเพียงที่ทำกับประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ภาคขบวนการสหกรณ์เข้าไปมีส่วน

       เกี่ยวข้องที่ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจาอย่างชัดเจน มีแต่ส่วนราชการ

       ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้กำหนดกรอบและสาระการเจรจา แต่ในฝ่ายของญี่ปุ่น เขาให้ความสำคัญกับ

       ขบวนการสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร รัฐบาลญี่ปุ่น โดยกระทรวงเกษตร ประมงและ

       ป่าไม้หรือ (MAFF) ให้ JA Zenchu เป็นผู้รวบรวมประเด็นข้อมูล และเสนอแนะต่อคณะทำงานของ

       ฝ่ายเขา แล้วนำไปสู่โต๊ะการเจรจา เมื่อครั้งนายกรัฐมนตรีไทยไปประชุมเรื่องนี้ยังให้คณะผู้

       บริหารระดับสูงของ JAZenchu เข้าพบเพื่อหารือด้วย แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว รู้เป็นเรื่องใหญ่

       และลำบากที่ผู้บริหารขององค์กรสหกรณ์ระดับชาติจะได้มีโอกาสได้เข้าพบ แม้กระทั่งจะเชิญมา

       เป็นองค์ปาฐกถา หรือ เป็นประธานในพิธีเปิดงานใหญ่ ๆ และสำคัญ ๆยังไม่ได้เลย ส่วนในประเทศ

       เกาหลีใต้ ก็จะมีชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งชาติหรือ NACF ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

       มากกับสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ NACF

       มีบทบาทที่โดดเด่นด้านการบริหารสมาชิกสัมพันธ์ และด้านธุรกิจสหกรณ์ ประสบผลสำเร็จอย่าง

       มาก มีธนาคารสหกรณ์สาขาในต่างประเทศ มีห้าง หรือศูนย์กระจายสินค้าเกษตรของสหกรณ์

       สมาชิกขนาดใหญ่และมีระบบบริการลูกค้าและขนส่ง (Logistics) ที่ดีที่สุดในโลก ชื่อห้าง Hanaro

       และคู่แข่งสำคัญของห้างขนาดใหญ่ของต่างประเทศNACF ยังเป็นองค์กรตัวแทนของสหกรณ์

       ในประเทศเกาหลี ไปแสดงบทบาทในเวทีการประชุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อเกษตรกร

       ของเขา จะเห็นได้จากในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรี WTO บางประเทศเขาจัดให้มีการ

       ประชุมหารืออย่างเข้มข้น เพื่อศึกษาวิเคราะห์ประเด็นที่อาจกระทบต่อประเทศของตนโดยรวม

       หรือ เรียกว่า “Green Room” โดยผู้ที่จะได้เข้าประชุมในห้องนี้ จะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบต่อประเด็น

       ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของประเทศเขา และประเทศที่ให้ฝ่ายขบวนการสหกรณ์เข้าร่วมประชุมด้วย

       คือ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้สำหรับประเทศเวียดนาม มีหัวเรือใหญ่ คือ สันนิบาต

       สหกรณ์แห่งประเทศเวียดนาม หรือ VCA จะเห็นได้ว่า สหกรณ์ในประเทศเวียดนาม มีวิวัฒนา

       การแบบก้าวกระโดด และพัฒนาไปพร้อม ๆ การพัฒนาประเทศ ซึ่งหลายคนกำลังวิตกกันอยู่ว่า

       อีกหน่อยประเทศเวียดนาม อาจจะพัฒนาแซงหน้าไทย ถ้าจะให้เขียนถึงประเทศเวียดนาม คง

       จะใช้เวลานานมาก เพราะผู้เขียนมีประสบการณ์มากเกี่ยวประเทศนี้ เคยไปอยู่มานานถึง 5 ปี

       จะกล่าวสั้น ๆ เกี่ยวกับเฉพาะเรื่องพัฒนาการสหกรณ์ เมื่อประมาณ 3 – 5 ปี ที่ผ่านมา VCAได้จัด

       ทำแผนปฏิรูประบบสหกรณ์ทั้งหมด และเข้าใจว่าได้ใช้รูปแบบของประเทศไทยเป็นต้นแบบ

       โดยนำระบบของประเทศอื่น ไปประยุกต์และปรับใช้เป็นระบบสหกรณ์เวียดนามจริง ๆตอนนี้

       ที่เห็นแตกต่างจากของประเทศไทยอยู่บ้าง คือ ประธานกรรมการของ VCA ทั้งที่สำนักงานใหญ่

       กรุงฮานอย และ VCA สาขา ในจังหวัดต่าง ๆ เป็นผู้นำจากรัฐบาลถ้าที่สำนักงานใหญ่ รัฐบาล

       ก็จะแต่งตั้งมาจากรัฐบาลกลาง ส่วนในจังหวัดต่าง ๆ ก็จะแต่งตั้งจากจังหวัดนั้น ๆ

       (Provincial People Committee) โดยเฉพาะในสำนักงานใหญ่ที่กรุงฮานอย มีผู้บริหารบางระดับ

       ก็จัดส่งมาจากรัฐบาลกลาง และรับเงินเดือนจากรัฐบาล ไม่ได้รับจาก VCAสำหรับผู้เขียนเห็นว่า

       ในยุคโลกเสรีนิยม หรือ เศรษฐกิจเสรี หรือที่เรียกว่า ยุคโลกาภิวัตน์ มันเป็นกระแสของทุนนิยม

       และการค้าเสรีไหลเชี่ยวกรากอย่างนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์จริง ๆ และได้อย่างไม่มีข้อจำกัด คือ

       กลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ ส่วนผู้ยากจน หรือ ผู้มีทุนน้อย รวมถึงสมาชิกสหกรณ์ก็จะตกเป็นเหยื่อ

       และอาจมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แย่ลงกว่าเดิม มีหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะไม่มีสภาวะกำลัง ที่จะไปสู้รบ

       ปรบมือกับเขา ยิ่งถ้าจะรอแต่ภาครัฐ ก็คงไม่ได้ ไม่ทันเขา เพราะไม่พร้อม และไม่ได้เตรียมแผน

       การรองรับที่ชัดเจน ขาดการมีส่วนร่วม ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ขบวนการสหกรณ์ไทย โดยเฉพาะ

       องค์กรในระดับสูงสุดทุกระดับและสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จะร่วมมือกันสร้างเครือข่าย

       พันธมิตรให้เข้มข้นมากขึ้นหาจุดร่วมในการกำหนดทิศทาง เพื่อร่วมกันสร้างพลังขับเคลื่อนใน

       การแสดงบทบาทที่ควรจะเป็น เพื่อปรับโฉมหน้าใหม่ขององค์กรสูงสุดของสหกรณ์ ให้สามารถ

       นำพาสหกรณ์สมาชิก ก้าวให้ทันยุคโลกเสรีนิยม เพราะพลังขับเคลื่อนองค์กร เกิดจากภาพลักษณ์

       ที่ดี

               บทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ

       กับหน่วยงานต้นสังกัด

โดย นายภาณุวัฒน์ แว่นระเว
หัวหน้างานต่างประเทศ
สานักพัฒนาสหกรณ์ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

สำนักธุรกิจสหกรณ์ 13 ถนนพิชัย แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.โทร 026693256-63

E-mail : soonratchanee@hotmail.com /  www.soonratchanee.com